ก.ล.ต. สั่งเพิกถอนผู้แนะนำการลงทุน กรณีไม่ปฏิบัติหน้าที่หรือให้บริการด้วยความซื่อสัตย์สุจริต

13 พฤษภาคม 2569
อ่าน 2 นาที

ก.ล.ต. สั่งเพิกถอนการให้ความเห็นชอบผู้แนะนำการลงทุน นางสาวสุนทรี กิติปัญญา เป็นเวลา 10 ปี กรณีไม่ปฏิบัติหน้าที่หรือให้บริการด้วยความซื่อสัตย์สุจริต โดยกระทำมิชอบต่อทรัพย์สินของผู้ลงทุน ขณะกระทำผิดสังกัดธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน)

สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้รับรายงานการตรวจสอบจากธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) และตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติม พบว่า ในช่วงเมษายน 2561 - ธันวาคม 2567 นางสาวสุนทรี กระทำมิชอบต่อทรัพย์สินของลูกค้า จำนวน 11 ราย มูลค่ารวม 115,550,000 บาท โดย (1) ได้นำเสนอกองทุน และรับใบถอนเงินหรือเงินสด ใบคำสั่งซื้อกองทุนที่ลูกค้าลงนามแล้ว พร้อมทั้ง บัตรประชาชนและสมุดเงินฝากของลูกค้าซึ่งประสงค์จะซื้อกองทุน แต่มิได้ซื้อกองทุนให้ตามความประสงค์ของลูกค้า และ (2) จัดทำหรือแก้ไขเอกสารและส่งมอบให้ลูกค้า เพื่อปิดบังอำพรางให้ลูกค้าเข้าใจผิดว่ามูลค่าเงินลงทุนในบัญชีกองทุนยังคงอยู่ปกติ รวมถึงจัดทำเอกสารสรุปรายการเงินฝาก กองทุน และประกัน โดยแสดงข้อมูลที่ไม่ตรงต่อความเป็นจริง

ทั้งนี้ ภายหลังธนาคารตรวจพบการกระทำผิดดังกล่าว นางสาวสุนทรี ได้รับสารภาพต่อธนาคาร และชดใช้คืนให้ลูกค้าบางส่วน และธนาคารได้ชดใช้เงินคืนในส่วนที่เหลือให้ลูกค้าครบถ้วนแล้ว

ก.ล.ต. พิจารณาแล้วเห็นว่า การกระทำของนางสาวสุนทรี เป็นการไม่ปฏิบัติหน้าที่หรือให้บริการด้วยความซื่อสัตย์สุจริต โดยกระทำมิชอบต่อทรัพย์สินของผู้ลงทุน อันเป็นลักษณะต้องห้ามของบุคลากรในธุรกิจตลาดทุนตามประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุน* ก.ล.ต. จึงเพิกถอนการให้ความเห็นชอบเป็นผู้แนะนำการลงทุนตราสารซับซ้อนประเภท 1** เป็นเวลา 10 ปี แต่เนื่องจากการให้ความเห็นชอบเป็นผู้แนะนำการลงทุนตราสารซับซ้อนประเภท 1 ของนางสาวสุนทรีได้สิ้นสุดลงแล้ว เมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2568 ก.ล.ต. จึงกำหนดระยะเวลาในการรับพิจารณาคำขอความเห็นชอบของนางสาวสุนทรี เป็นบุคลากรในธุรกิจตลาดทุนในคราวต่อไป เป็นเวลา 10 ปี นับตั้งแต่วันที่ 13 พฤษภาคม 2569***   

ทั้งนี้ ในการพิจารณากำหนดโทษ ก.ล.ต. ได้นำปัจจัยดังต่อไปนี้มาใช้ประกอบการพิจารณาด้วย ได้แก่ บทบาทความเกี่ยวข้องและพฤติกรรมของบุคคลที่ถูกพิจารณา การลงโทษที่บุคคลนั้นได้รับไปแล้ว ผลกระทบ ความเสียหายหรือผลประโยชน์ที่เกิดขึ้น การแก้ไขหรือการดำเนินการอื่นที่เป็นประโยชน์หรือขัดขวางการปฏิบัติงานของ ก.ล.ต. และประวัติหรือพฤติกรรมในอดีตอื่นใดที่แสดงถึงความไม่เหมาะสมที่จะเป็นบุคลากรในธุรกิจตลาดทุน

ก.ล.ต. ขอย้ำให้ผู้ลงทุนตรวจสอบรายงานการถือหน่วยลงทุนและบัญชีเงินฝากอย่างสม่ำเสมอ ไม่ควรฝากหรือลงนามเอกสารสำคัญประกอบการทำธุรกรรม เช่น ใบถอนเงิน บัตรประชาชน สมุดคู่ฝาก เป็นต้น ให้ผู้แนะนำการลงทุนทำรายการแทนให้ เพื่อป้องกันความเสียหายอันอาจเกิดจากการทุจริต

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------
หมายเหตุ :

* ข้อ 31(1) ประกอบกับ ข้อ 23(1) แห่งประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุน ที่ ทลธ. 8/2557 เรื่อง หลักเกณฑ์เกี่ยวกับบุคลากรในธุรกิจตลาดทุน ลงวันที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2557 ที่แก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุน ที่ ทลธ. 48/2560 เรื่อง หลักเกณฑ์เกี่ยวกับบุคลากรในธุรกิจตลาดทุน (ฉบับที่ 7) ลงวันที่
30 สิงหาคม พ.ศ. 2560

** ผู้แนะนำการลงทุนตราสารซับซ้อนประเภท 1 หมายถึง ผู้แนะนำการลงทุนที่ให้คำแนะนำแก่ผู้ลงทุนในผลิตภัณฑ์ในตลาดทุนที่ไม่มีความซับซ้อนและผลิตภัณฑ์ในตลาดทุนที่มีความเสี่ยงสูงหรือมีความซับซ้อนได้ทุกประเภท เช่น หน่วยลงทุนของกองทุนรวมที่เสนอขายต่อผู้ลงทุนสถาบันหรือผู้ลงทุนรายใหญ่พิเศษ หน่วยลงทุนของกองทุนรวมที่มีการลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน หุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง และสัญญาซื้อขายล่วงหน้า


*** หมายความว่า หากนางสาวสุนทรีมายื่นคำขอความเห็นชอบเป็นบุคลากรในธุรกิจตลาดทุนในช่วงระยะเวลา 10 ปี นับจากวันที่ 13 พฤษภาคม 2569 ก.ล.ต. จะไม่รับพิจารณาคำขอดังกล่าวของนางสาวสุนทรี